แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Joomla แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Joomla แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

System Requirements สำหรับ WordPress, Joomla, Drupal

สวัสดีครับ

บทความที่แล้วพูดถึงเรื่องความแตกต่างระหว่าง XAMPP ในแต่ละเวอร์ชั่น บทความนี้เลยต้องเล่าให้ฟังถึง System Requirements ของ CMS (Content Management System) ยี่ห้อดังทั้ง 3 ยี่ห้อ กันครับว่าแต่ล่ะ ยี่ห้อ มีความต้องการอะไรบ้าง

ภาพโลโก้ของ WordPress


WordPress Version 4.4.2
  • Web server : Apache 2.x ขึ้นไป
  • Database : MySQL version 5.6 ขึ้นไป
  • PHP : PHP version 5.6 ขึ้นไป
  • Module : The mod_rewrite Apache module


ภาพโลโก้ของ Joomla

Joomla Version 3.x

  • Web server : Apache 2.4 ขึ้นไป
  • Database : MySQL version 5.5 ขึ้นไป
  • PHP : PHP version 5.6 หรือ 7.0 
  • Module : The mod_rewrite Apache module

ภาพโลโก้ของ Drupal


Drupal Version 8.x

  • Web server : Apache 2.4 ขึ้นไป
  • Database : MySQL 5.5.3 ขึ้นไป
  • PHP : PHP 5.5.9  ขึ้นไป
  • Module : The mod_rewrite Apache module

Drupal Version 7.x
  • Web server : Apache 2.4 ขึ้นไป
  • Database : MySQL 5.0.15 ขึ้นไป
  • PHP : PHP 5.4  ขึ้นไป
  • Module : The mod_rewrite Apache module

สำหรับ เวอร์ชั่น ของ CMS ที่เก่ากว่านี้ เช่น Joomla 2.5.x หรือ Drupal 6.x จะไม่พูดถึงนะครับ 

ที่มา 

WordPress : https://wordpress.org/about/requirements/
Joomla : https://www.joomla.org/about-joomla/technical-requirements.html
Drupal : https://www.drupal.org/requirements

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความแตกต่างระหว่าง XAMPP for Windows 5.5.30, 5.6.15 & 7.0.2

สวัสดีครับ

ช่วงนี้กำลังจะไปเป็นผู้ช่วยวิทยากรหลักสูตร Drupal ก็เลยมารื้อฟื้นความรู้เกี่ยวกับ XAMPP อีกรอบว่าไปถึงเวอร์ชั่นไหนแล้ว ก็พบว่า ณ วันนี้ ไปถึงเวอร์ชั่น 5.5.30, 5.6.15 & 7.0.2 กันแล้ว ... เวอร์ชั่นล่าสุดที่ผมเคยเขียนบทความสอนติดตั้งก็คือเวอร์ชั่น 1.8.1 (หลายปีผ่านไปแล้ว)

ทีนี้เรามาดูกันว่าเวอร์ชั่น 5.5.30 กับ  5.6.15 กับ 7.0.2 มันมีตรงไหนที่แตกต่างกันบ้าง

XAMPP version 5.5.30 ประกอบไปด้วย 

  • Apache 2.4.17, 
  • MariaDB 10.1.9, 
  • PHP 5.5.30
  • phpMyAdmin 4.5.1, 
  • OpenSSL 1.0.1, 
  • XAMPP Control Panel 3.2.1, 
  • Webalizer 2.23-04, 
  • Mercury Mail Transport System 4.63, 
  • FileZilla FTP Server 0.9.41, 
  • Tomcat 7.0.56 (with mod_proxy_ajp as connector), 
  • Strawberry Perl 7.0.56 Portable

XAMPP version 5.6.15  ประกอบไปด้วย

  • Apache 2.4.17, 
  • MariaDB 10.1.9, 
  • PHP 5.6.15, 
  • phpMyAdmin 4.5.1, 
  • OpenSSL 1.0.1, 
  • XAMPP Control Panel 3.2.1, 
  • Webalizer 2.23-04, 
  • Mercury Mail Transport System 4.63, 
  • FileZilla FTP Server 0.9.41, 
  • Tomcat 7.0.56 (with mod_proxy_ajp as connector), 
  • Strawberry Perl 7.0.56 Portable

ดังนั้น XAMPP version 5.5.30 กับ 5.6.15 ต่างกันตรงที่เวอร์ชั่นของภาษา PHP นอกนั้นเหมือนกันหมด 

ส่วนเวอร์ชั่น 7.0.2 ต่างกันตรงที่ไฮไลท์เลยครับ

XAMPP version 7.0.2 ประกอบไปด้วย
  • Apache 2.4.18, 
  • MariaDB 10.1.10, 
  • PHP 7.0.2, 
  • phpMyAdmin 4.5.1, 
  • OpenSSL 1.0.1, 
  • XAMPP Control Panel 3.2.1, 
  • Webalizer 2.23-04, 
  • Mercury Mail Transport System 4.63, 
  • FileZilla FTP Server 0.9.41, 
  • Tomcat 7.0.56 (with mod_proxy_ajp as connector), 
  • Strawberry Perl 7.0.56 Portable

ดังนั้นเราต้องเลือกใช้ XAMPP ให้ถูกเวอร์ชั่นสำหรับการใช้งานกับ CMS เจ้าต่าง ๆ เช่น Joomla, WordPress, Drupal ครับ

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

How to Restore Database Joomla การกู้คืน Joomla จากข้อมูลที่ Backup ไว้

บทความนี้เป็นบทความต่อเนื่องมาจากบทความที่แล้วนะครับ เมื่อสามารถติดตั้ง Joomla ได้ เราก็ต้องสามารถ backup Joomla ได้เช่นเดียวกัน

การกู้คืน Joomla จากข้อมูลที่ Backup ไว้

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับขั้นตอนนี้คือ

1. folder “webkm” ที่ backup ไว้ในขั้นตอนที่ผ่านมา
2. ไฟล์ “webkmwebkm.sql” ที่ backup ไว้ในขั้นตอนที่ผ่านมา

ถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว งง งง กลับไปอ่าน เรื่อง การ backup Joomla ใหม่นะครับ

ขั้นตอนการกู้คืน มีดังนี้

1. copy folder “webkm” ไปไว้ที่ C:\AppServ\www
2. เปิด google chrome ขึ้นมาพิมพ์ http://localhost/phpmyadmin/
3. ใส่ username : root password : root

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


4. ช่อง create new Database พิมพ์ webkm ส่วน collation ให้เลือก utf8_general_ci จากนั้น คลิกปุ่ม create

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


5. ได้หน้าต่างดังรูป 

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


6. คลิกเลือกคำสั่ง Import > คลิกปุ่ม Choose File เพื่อไปดึงไฟล์ SQL ที่เรา backup ไว้กลับคืนมาในที่นี้เราจะเลือกไฟล์  “webkmwebkm.sql” > คลิกปุ่ม Go


คลิกที่รูปเพื่อขยาย

7. ใน Database ชื่อ webkm ก็จะมี table ต่าง ๆ กลับคืนมาเรียบร้อยแล้วครับ (ตามรูป)

คลิกที่รูปเพื่อขยาย

8. เข้าใช้งาน Joomla ได้ตามปกติเหมือนเดิมทุกประการ

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

How to Backup Joomla Database วิธีการ Backup Database Joomla

บทความนี้เป็นบทความต่อเนื่องมาจากบทความที่แล้วนะครับ เมื่อสามารถติดตั้ง Joomla ได้ เราก็ต้องสามารถ backup Joomla ได้เช่นเดียวกัน

การ backup Joomla

1. เปิด google chrome ขึ้นมาพิมพ์ http://localhost/phpmyadmin/
2. username : root password : root

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


3. ได้หน้าต่างดังรูป > ด้านซ้ายมือคลิกเลือก Database “webkm”

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


4. คลิกเลือก คำสั่ง Check All (เป็นการเลือกตารางทั้งหมด)


5. คลิกเลือกคำสั่ง Export

คลิกที่รูปเพื่อขยาย

6. ได้หน้าต่างดังรูป กำหนดค่าดังนี้
  • เลือก SQL
  • ติ๊กถูกหน้า Save as file
  • ตั้งชื่อไฟล์ Database ที่จะ export ตามตัวอย่างตั้งว่า wekm
  • คลิกปุ่ม Go
คลิกที่รูปเพื่อขยาย

7. จะได้ไฟล์ webkmwebkm.sql > save ไปเก็บไว้ใน flash drive หรือที่ปลอดภัย

8. จากนั้นเปิด My Computer ขึ้นมาแล้วไปที่ C:\AppServ\www  จะเห็น Folder “webkm”  ให้ทำการ copy ไปเก็บไว้ที่ flash drive หรือที่ปลอดภัย

สรุปการ backup Joomla มี 2 ขั้นตอนหลัก ๆ คือ การ backup file SQL ผ่านทาง phpmyadmin และ การ backup ตัวเว็บ Joomla ซึ่งก็คือ folder “webkm” ที่อยู่ใน www ของ appserv  ต้องทำให้ครบนะครับ



บทความที่เกี่ยวข้อง

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

How to Install Joomla 2.5.4 การติดตั้ง Joomla เวอร์ชั่น 2.5.4

ในบทความนี้จะเป็นการสาธิตการติดตั้ง Joomla Version 2.5.4 ลงบนเครื่อง Computer โดยจำลองเครื่องเป็น webserver ด้วยโปรแกรม Appserv Version 2.5.1.0 นะครับเพื่อนำมาทำเว็บสำหรับการจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจ (Knowledge management) ดังนั้นจะตั้งชื่อ folder , ฐานข้อมูล ฯลฯ ว่า webkm นะครับ

ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla 2.5.4 

1. Download Joomla 2.5.4 ได้ที่ 


คลิกที่รูปเพื่อขยาย

เลือก Click here to download Joomla 2.5.4 (Full package)

2. ได้ไฟล์ Joomla_2.5.4-Stable-Full_Package.zip
3. copy ไฟล์ Joomla_2.5.4-Stable-Full_Package.zip ไปไว้ที่ C:\AppServ\www
4. แตกไฟล์ด้วยการคลิกขวา > Extract to Joomla_2.5.4-Stable-Full_Package\

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


5. Rename โฟลเดอร์ Joomla_2.5.4-Stable-Full_Package เป็น webkm
6. เปิด google chrome ขึ้นมาพิมพ์ http://localhost/phpmyadmin/ 
7. username : root password : root

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


8. ได้หน้าต่างดังรูป 

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


9. ช่อง create new Database พิมพ์ webkm ส่วน collation ให้เลือก utf8_general_ci จากนั้น คลิกปุ่ม create

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


10. ได้หน้าต่างดังรูป (แสดงว่าสร้าง Database เสร็จเรียบร้อยเพื่อเตรียมติดตั้ง Joomla)

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


11. เปิด google chrome ขึ้นมาพิมพ์ http://localhost/webkm/  ได้หน้าต่างดังรูป
12. เลือก ไทย (ภาษาไทย) คลิกปุ่ม next (มุมขวาบน)

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


13. ได้หน้าต่างตามรูป “ตรวจสอบระบบก่อนการติดตั้ง” คลิกปุ่ม ต่อไป

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


14. ได้หน้าต่างตามรูป “ลิขสิทธิ์” คลิกปุ่ม ต่อไป

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


15. ได้หน้าต่างตามรูป “การตั้งค่าฐานข้อมูล” กำหนดค่าดังนี้

ชนิดฐานข้อ : mysql
ชื่อโฮส : localhost
ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล : root
รหัสผ่าน : root
ชื่อฐานข้อมูล : webkm 

กำหนดค่าเสร็จแล้วคลิกปุ่ม ต่อไป

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


16. ได้หน้าต่างตามรูป “ตั้งค่า FTP” คลิกปุ่ม ต่อไป

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


17. ได้หน้าต่างตามรูป “ตั้งค่าหลักของเว็บ” กำหนดค่าดังนี้

ชื่อเว็บ :  ตามที่ตั้งไว้ เช่น webkm
อีเมล์ของคุณ :  ใส่อะไรก็ได้ เช่น xxx@xxx.com
ชื่อเข้าระบบของผู้ดูแล : admin
รหัสผ่านผู้ดูแล : 1234
ยืนยันรหัสผ่านผู้ดูแล : 1234
คลิกปุ่ม “ติดตั้งข้อมูลตัวอย่าง”

กำหนดค่าเสร็จแล้วคลิกปุ่ม ต่อไป

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


18. ได้หน้าต่างตามรูป “เสร็จสิ้น” คลิกปุ่ม “ลบโฟลเดอร์ installation” 

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


19. ติดตั้ง Joomla สำเร็จแล้วครับ

เข้าดูหน้าเว็บได้ที่ http://localhost/webkm/
เข้าหน้าผู้ดูแลระบบได้ที่ http://localhost/webkm/administrator/  
ใช้ username กับ password ตามที่กำหนดไว้ 
ตามตัวอย่างคือ username : admin password : 1234