แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิปาถะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิปาถะ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568

รวมคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Risk Management

สวัสดีครับ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับคำศัพท์เฉพาะ (Technical Term) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Risk Management กันดีกว่า เนื่องจากมันมีคำศัพท์เฉพาะเยอะ เวลาอ่านพวกเอกสารแต่ละทีก็งงที ขอรวม ๆ ไว้ใน บทความนี้ล่ะกันครับ เผื่อมีประโยชน์กับท่านอื่นด้วย 

  • Risk Identification คือ การระบุความเสี่ยง ต้องระบุให้ได้ว่าองค์กรมีความเสี่ยงอะไรบ้าง 
  • Risk Universe คือ  การระบุความเสี่ยงที่เป็นไปได้ทั้งหมด
  • Risk Scenario คือ เหตุการณ์ความเสี่ยง
  • Risk Factors คือ ปัจจัยหรือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
  • Risk Type คือ ลักษณะที่มาของความเสี่ยงหรือภัยคุกคาม มาจากปัจจัยภายใน (Internal) หรือปัจจัยภายนอก (External)
  • Risk Appetite คือ ความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
  • Risk Assessment คือ การประเมินความเสี่ยง
  • Risk Map คือ แผนภาพความเสี่ยง
  • Risk Scale คือ ระดับของโอกาสเกิดความเสี่ยงนั้นและผลกระทบที่เกิดจากความเสี่ยงนั้น
  • Risk Register คือ ทะเบียนความเสี่ยง บรรยายข้อมูลรายละเอียดของความเสี่ยงที่ระบุไว้
  • Risk Profile คือ โครงร่างความเสี่ยง รวบรวมความเสี่ยงทั้งหมดที่องค์กรมี
  • Risk Response คือ การตอบสนองความเสี่ยงมี 4 วิธี
    • Risk Avoidance คือ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เช่น ยกเลิกกิจกรรมนั้นไปเลย
    • Risk Acceptance คือ การยอมรับความเสี่ยงนั้น ซึ่งต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน
    • Risk Transfer คือ การโอนความเสี่ยงให้บุคคลอื่น เช่น การทำประกัน หรือ Outsource
    • Risk Mitigation คือ การลดความเสี่ยง จะหลีก จะยอมรับ จะโอน ทำไม่ได้และกิจกรรมนั้นก็ต้องดำเนินการต่อไป จึงต้องหามาตรการมาลดความเสี่ยง เช่น เพิ่มการควบคุม (Control) ให้ดีขึ้น
  • Inherent Risk คือ ความเสี่ยงที่เกิดโดยธรรมชาติของกิจกรรมนั้น ซึ่งยังไ่ม่มีอะไรมาควบคุม (Control) เช่น เมื่อเริ่มทำธุรกิจก็มีความเสี่ยงที่จะเจ๊งทันที เพราะเป็นธรรมชาติของธุรกิจ
  • Residual Risk คือ ความเสี่ยงที่เหลืออยู่หลังจากมีการควบคุม
  • Risk Awareness คือ การสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงขององค์กร มักใช้กับผู้บริหาร
  • Likelihood คือ ความน่าจะเป็นในการเกิดความเสี่ยงนั้น ๆ
  • Impact คือ ผลกระทบกับองค์กรเมื่อเกิดความเสี่ยงนั้น ๆ
  • Severity คือ ระดับความรุนแรง
ก็ประมาณนี้ครับสำหรับคำศัพท์ที่เราเจอบ่อย ๆ เวลาอ่านพวก Risk Management 

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ที่ใช้ LPG เกิน 5 ปี

สวัสดีครับ วันนี้พักเรื่องคอมพิวเตอร์ มาเล่าเรื่องการต่อภาษีรถยนต์ที่ใช้แก๊ส LPG เกิน 5 ปี กันครับ ซึ่งต้องใช้ ใบรับรองวิศวกรรมแก๊ส LPG 

ส่วนขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการต่อภาษี (อันนี้สำหรับรถผมนะ bmw 318i E30)

1.พรบ.ภาคบังคับ ได้มาพร้อมกับตอนทำประกันนั่นแหละ
2.ใบตรวจสภาพรถ (ตรอ.) หาตรวจได้ทั่วไปประมาณ 200 บาท (หน้าขนส่งมีเพียบ)
3.เล่มรถ หรือ สมุดทะเบียนรถ
4.ใบรับรองวิศวกรรมแก๊ส LPG (ถ่ายสำเนา 1 ชุด)

ผมไปขนส่งรอบแรกก็มึนกลับมาเพราะ จนท.บอก เอ็งต้องไปเอาใบรับรองวิศวกรรมแก๊ส LPG มายื่นด้วยเพราะครบกำหนด 5 ปีแล้ว ... เอ๊ยยยยไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าต้องใช้ เอ้าทีนี่จะไปหาจากไหนล่ะใบรับรองที่ว่า

หาได้ตามอู่ที่รับติดตั้งแก๊สครับ ไปสอบถามได้เลยว่า สามารถออกใบรับรองวิศวกรรมให้ได้มั้ย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 700 บาท จริง ๆ มีให้บริการทาง Internet ด้วยนะลอง Search เอา แต่ผมอาศัยอู่ใกล้บ้านนี่แหละ

เจ้าใบวิศวกรรมนี่จะเป็นเอกสารมาเป็นชุดเลย เก็บไว้ให้ดีนะครับเพราะต้องใช้ตลอดไปถึงปีที่ 10 ... พอครบ 10 ปีต้องตรวจสภาพถังอีก

ส่วนขั้นตอนการต่อทะเบียนก็ตามปกติทั่วไปครับ แค่เอกสารมันเพิ่มมา 1 อย่างเท่านั้นเอง

จบจร้าาาาาา

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อบรม ICT Quality Assurance

สวัสดีครับ เมื่อเดือนที่แล้ว (พ.ค.59) มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ "เสริมสร้างศักยภาพบุคคลากร ICT ไทยสู่สากล" ในหลักสูตร "การประกันคุณภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT Quality Assurance)" จัดโดย  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวง ICT) ... ได้ความรู้มากมายก็เลยอยากเผยแพร่เอกสารที่ได้มาจากการอบรมให้ทุกท่านที่เข้ามาเจอบทความนี้ได้นำไปประยุกต์ใช้งานต่อไปครับ

หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในสายงานประกันคุณภาพ เช่น QA, Tester, Network Admin, Project Management นะครับก็จะมีเอกสารที่น่าสนใจ เช่น

  • Information Systems Security
  • Process and Product Quality Assurance
  • Software Quality and Testing Process
  • Database System
  • Computer Network

สามารถไปดาวน์โหลดกันได้ที่ Link ด้านล่างครับ

https://drive.google.com/open?id=0B_i3aLXrrCoCdU9tR3BNc0JjanM

Ref:

http://ictqe.com/

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อบรมการพัฒนาความรู้ทางด้านการดำเนินธุรกิจ ICT

สวัสดีครับ เมื่อเดือนที่แล้ว (พ.ค.59) มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ "เสริมสร้างศักยภาพบุคคลากร ICT ไทยสู่สากล" ในหลักสูตร "การพัฒนาความรู้ทางด้านการดำเนินธุรกิจ ICT" จัดโดย  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวง ICT) ... ได้ความรู้มากมายก็เลยอยากเผยแพร่เอกสารที่ได้มาจากการอบรมให้ทุกท่านที่เข้ามาเจอบทความนี้ได้นำไปประยุกต์ใช้งานต่อไปครับ

หลักสูตรเหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจนะครับก็จะมีเอกสารที่น่าสนใจ เช่น

  • การเขียนแผนธุรกิจ (Business Plan)
  • ตัวอย่างแผนธุรกิจ
  • Business Model Canvas (BMC)
  • การบริหารจัดการโครงการ (Project Management)
  • คู่มือการเขียนแผนธุรกิจภาคบริการ
  • ทรัพยสินทางปัญญา
  • สัญญาอนุญาตให้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • สัญญาอนุญาตให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์


สามารถไปดาวน์โหลดกันได้ที่ Link ด้านล่างครับ

https://drive.google.com/open?id=0B_i3aLXrrCoCdU9tR3BNc0JjanM

Ref:

http://ictqe.com/

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คำศัพท์คอมพิวเตอร์ที่มักเขียนผิด

สวัสดีครับพอดีมีโอกาสไปตรวจคำผิด (พิสูจน์อักษร) ตำราคอมพิวเตอร์เล่มนึงมา ก็เลยเอามาแชร์กันว่าคำศัพท์คอมพิวเตอร์คำไหนที่เรามักจะเขียนผิด


คำศัพท์
เขียนถูก
เขียนผิด
Application แอปพลิเคชัน แอพพลิเคชั่น
Smart สมาร์ต สมาร์ท
Notebook โน้ตบุ๊ก โน๊ตบุ๊ค
Internet อินเทอร์เน็ต อินเตอร์เน็ต
Digital ดิจิทัล ดิจิตอล
Analog แอนะล็อก อนาล็อก
Bandwidth แบนด์วิดท์ แบนด์วิธ
Electronic อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็คทรอนิคส์
Battery แบตเตอรี่ แบตเตอรี
Linux ลินุกซ์ ลีนุกซ์
Upload อัปโหลด อัพโหลด
App แอป แอพ
Browser เบราว์เซอร์ บราวเซอร์
Update อัปเดต อัพเดท / อัพเดจ
Packet แพ็กเก็ต แพ็คเก็ต
Computing คอมพิวติง คอมพิวติ้ง
Function ฟังก์ชัน ฟังก์ชั่น
Link ลิงก์ ลิงค์
Graphic กราฟิก กราฟฟิก
Blog บล็อก บล๊อก
Game เกม เกมส์

คำอื่น ๆ ที่เหลือลองดูในเว็บที่เป็นแหล่งอ้างอิงด้านล่างนี้นะครับ

แหล่งอ้างอิง

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดต Blog เลยครับ ไปโดนอบรมอยู่

ช่วงนี้ไปโดนอบรมหลักสูตร CompTIA Project+ Certification Exam (PK0-003) ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ... ต้องขอขอบคุณ SIPA ที่ทำโครงการดี ดี แบบนี้ออกมา และ ขอบคุณบริษัท ARIT ที่เป็นผู้จัดงานในครั้งนี้ครับ


วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

13 Font Thai แห่งชาติ SIPA และ TH Sarabun PSK กับ TH Sarabun New ต่างกันยังไง

พ.ศ.นี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก 13 Font แห่งชาติ ที่ถูกสร้างโดย SIPA นะครับ หรือถ้าไม่รู้จักอย่างน้อยผู้ใช้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อฟอนต์ "TH Sarabun" กันมาบ้างล่ะ นั่นแหละครับหนึ่งใน 13 ฟอนต์แห่งชาติ ในบทความนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับฟอนต์แห่งชาติกันครับ เริ่มกันเลย

ถาม Font หรือ ฟอนต์ คืออะไร ? 

ตอบ Font คือ ตัวอักษรที่เราใช้พิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานี่แหละครับ เช่น Angsana New, Time New Roman, Tahoma

ถาม ไปหา Font ได้จากที่ไหน ?

ตอบ เราสามารถไปหา Download ได้จากหลายเว็บแต่ในบ้านเรานิยมไป Download กันที่ www.f0nt.com ครับ

ถาม จะติดตั้ง Font ที่ Download มาใช้งานได้อย่างไร ?

ตอบ ง่ายเลยครับเพียงแค่ 

1.แตกไฟล์ zip ที่ดาวน์โหลดมา  
2.Copy file font ที่แตกออกมา 
3.กดปุ่ม Windows + R จะได้หน้าต่าง Run ขึ้นมา 
4.พิมพ์คำว่า "fonts" กด enter 
5.ได้หน้าต่าง Fonts ขึ้นมาก็คลิกขวาที่ว่าง ๆ เลือกคำสั่ง Paste ได้เลยครับ

** แปลไทยเป็นไทยก็คือ Copy File Font ที่ดาวน์โหลดมาไปวางไว้ที่ C:\Windows\Fonts **

ถาม ทำไมเราต้องใช้ 13 Font แห่งชาติด้วย ?

ตอบ เพราะ 13 Font แห่งชาติที่มาจาก SIPA นั้นเค้าทำออกมาให้เราใช้ฟรีครับไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

ถาม Font มีลิขสิทธิ์ด้วยเหรอ ?

ตอบ ใช่แล้วครับ Font หรือตัวอักษรที่เราใช้พิมพ์ ๆ กันอยู่นี่ทุกตัวมีลิขสิทธิ์หมด อย่าง Angsana New  นี่เป็นลิขสิทธิ์ของ Microsoft ถ้าเราใช้ Windows และ Microsoft Office ของแท้ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่บ้านเรายังใช้แต่ของเถื่อน โดยเฉพาะหน่วยงานราชการต่าง ๆ จึงทำให้ในแต่ละปีหน่วยงานราชการต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก SIPA จึงคิดฟอนต์แห่งชาติขึ้นมาให้พวกเราใช้กันฟรีนั่นเองครับ ... และจึงเป็นสาเหตุที่หน่วยราชการไทยต้องเปลี่ยนมาใช้ TH Sarabun PSK

ถาม Font "TH Sarabun PSK" กับ "TH Sarabun New" มันต่างกันยังไง ?

ตอบ Font "TH Sarabun New" เป็น Font ที่ถูกปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดให้ดีขึ้นกว่า "TH Sarabun PSK" ฉะนั้น เรามาใช้ "TH Sarabun New" ในการพิมพ์เอกสารกันเถอะ

ถาม Font "THSarabunIT๙" ถือเป็นฟอนต์มาตราฐานหรือไม่ ?

ตอบ Font "THSarabunIT๙"  ไม่ถือเป็นฟอนต์มาตราฐาน ฟอนต์ตัวนี้ถูกดัดแปลงให้เวลาเราพิมพ์เลขอารบิคลงไปจะแสดงผลเป็นเลขไทย แต่การจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะรับรู้ว่าเป็นเลขอารบิค ซึ่งทางแก้มี 2 ทางก็คือ 1.เลิกใช้ฟอนต์นี้ 2.เครื่องที่ใช้งานต้องติดตั้งฟอนต์ดังกล่าวจึงจะแสดงผลได้อย่างถูกต้อง

เพื่อความสะดวกสบายเราได้รวบรวม Font ที่ใช้ในหน่วยงานราชการทั้ง 15 ฟอนต์ (13 Font แห่งชาติ + TH Sarabun New + THSarabunIT๙)  ไว้ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกัน คลิกเพื่อดาวน์โหลด

อ้างอิง

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

FAQ ปัญหาข้อกฎหมาย พรบ.นิติบุคคลอาคารชุด (Condo)

สวัสดีครับ สืบเนื่องจากบทความที่แล้ว "การจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด (คอนโด)" มีบางเรื่องที่สามารถนำมาอธิบายเพิ่มเติมได้อีก ดังนี้

Q. พระราชบัญญัติอาคารชุดที่ใช้บังคับอยู่ปัจจุบันเป็นฉบับไหน

A. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 4) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551  สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
ในบทความนี้จะอ้างอิงเลขมาตราจาก พรบ.อาคารชุดฯ ดังกล่าว นะครับ
Q. ที่มาของกรรมการนิติบุคคลฯ อาคารชุด

A. ตามมาตรา 37 ของ พรบ. กรรมการนิติบุคคล อาคารชุดต้องมีไม่น้อยกว่า 3 แต่ไม่เกิน 9 คน แต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วม หมายความว่า จะเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือ ประชุมวิสามัญ ก็ได้ แต่ในจดหมายเชิญประชุมจะต้องมีวาระเรื่องนี้ชัดเจน และมีการลงคะแนนเสียง

Q. วาระของกรรมการนิติบุคคลฯ อาคารชุด

A. ตามมาตรา 37 ของ พรบ. กรรมการนิติบุคคล มีวาระในการดำรงตำแหน่งครั้งละ 2 ปี กรณีที่มีกรรมการลาออก แล้วมีการแต่งตั้งเพิ่มเติมเข้าไปให้มีวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของ กรรมการชุดนั้น ๆ ... กรรมการจะดำรงตำแหน่งเกินกว่า 2 วาระติดต่อกันไม่ได้ (พูดง่าย ๆ ก็คือห้ามเกิน 4 ปีติดต่อกัน) ยกเว้นจะหาคนมาเป็นกรรมการนิติฯ ไม่ได้

Q. คุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นกรรมการนิติฯ

A. ตามมาตรา 37/1 มี ดังนี้
  1. เจ้าของร่วมหรือคู่สมรสของเจ้าของร่วม (จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย)
  2. ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณีของเจ้าของร่วม
  3. ตัวแทนของนิติบุคคลจำนวน 1 คน ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของร่วม
Q. ลักษณะต้องห้ามของคนที่จะมาเป็นกรรมการนิติฯ

A. ตามมาตรา 37/2

Q. การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการนิติฯ

A. พ้นตามวาระ (มาตรา 37) หรือ ตามมาตรา 37/3
  1. ตาย
  2. ลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติตาม 37/1 หรือ มีลักษณะต้องห้ามตาม 37/2
  4. ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมมีมติตามมาตรา 44 ให้พ้นจากตำแหน่ง (คะแนนเสียงข้างมากของเจ้าของร่วมที่เข้าประชุม)
Q. อำนาจหน้าที่ของกรรมการนิติบุคคลฯ

A. ตามมาตรา 38

Q. ที่มาของผู้จัดการนิติบุคคลฯ

A. ผู้จัดการนิติบุคคลฯ มี 2 กรณี คือ

  • ผู้จัดการตามมาตรา 35/2 คือ มาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ (สามัญหรือวิสามัญ ก็ได้)  โดยได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 25% ของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด (มาตรา 49)
  • ผู้จัดการชั่วคราวตามมาตรา 38(2) คือ มาจากที่ประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลฯ เลือก กรรมการ 1 คน มาทำหน้าที่ผู้จัดการนิติฯ เนื่องจากไม่สามารถเลือกผู้จัดการตามมาตรา 35/2 ได้
เจ้าของร่วมควรให้ความใส่ใจกับการประชุมสามัญหรือวิสามัญนะครับเพื่อให้คอนโด เดินหน้าบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q. อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการนิติบุคคลฯ

A. ตามมาตรา 36

Q. หลักการในการนัดประชุมใหญ่

A. นัดประชุมให้ถูกต้องนะครับ รายละเอียดดังนี้

  • ประชุมใหญ่สามัญประจำปี : ต้องจัดปีละ 1 ครั้ง ภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของนิติบุคคลฯ และต้องมีวาระตามมาตรา 42/1
  • ประชุมใหญ่วิสามัญ :  จัดเมื่อไรก็ได้ตามมาตรา 42/2
  • การเรียกประชุมต้องทำเป็นหนังสือระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม เรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมรายละเอียดพอสมควร
  • ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม
  • กรณีประชุมนัดแรกไม่ครบองค์ประชุมให้นัดใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันประชุมครั้งก่อน (ไม่สามารถประชุมนัดแรก กับ นัดสองในวันเดียวกันได้นะครับ) และในนัดสองนี้ก็ต้องแจ้งเจ้าของร่วมไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุมเช่นเดียวกัน

Q. องค์ประชุมในการประชุมใหญ่

A. ประชุมใหญ่นัดแรกคะแนนเสียงต้องไม่น้อยกว่า 25% ของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด(มาตรา 43)  ... ประชุมใหญ่นัดสองไม่ต้องนับคะแนน มีเท่าไรถือเป็นองค์ประชุม (มาตรา 43 วรรค 2)

Q. ประธานในที่ประชุมใหญ่

A. ผู้จัดการหรือคู่สมรสของผู้จัดการจะเป็นประธานในการประชุมใหญ่ไม่ได้ (มาตรา 43 วรรค 3)

Q. ใครเป็นผู้มีสิทธิเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ

A. ตามมาตรา 42/2

Q. องค์ประชุมคณะกรรมการนิติฯ

A. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด (มาตรา 37/6)



บทความและเอกสารประกอบบทความเรื่องนี้ ขอสงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามผู้ใดนำไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

Copyright 2014, Jaray Ratanapitak

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด (คอนโด)

สวัสดีครับ วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศจากเรื่องคอมพิวเตอร์ มาเป็นเรื่อง คอนโด (ภาษากฎหมายเรียก อาคารชุด) กันบ้าง เพราะมีโอกาสเข้าไปช่วยงานในส่วนของการขอจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด (คอนโด) มาครับ

หลังจากมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือ ประชุมใหญ่วิสามัญ และมีการเลือกตั้ง กรรมการนิติบุคคล อาคารชุด ขึ้นมาใหม่ หรือเลือกเพิ่ม ไม่ว่าด้วยเหตุเพราะ

  • กรรมการชุดเก่าหมดวาระ (วาระ 2 ปี) หรือ 
  • กรรมการไม่พอ (ไม่ต่ำกว่า 3 แต่ไม่เกิน 9) หรือ
  • เจ้าของร่วมต้องการให้เลือกใหม่ทั้งหมด

เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ได้กรรมการชุดใหม่ ... ต้องจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด นี้ต่อเจ้าพนักงานกรมที่ดิน ที่อาคารชุดนั้นตั้งอยู่

การจดทะเบียนกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

ขั้นที่ 1 : เตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
  1. หนังสือนัดประชุมเจ้าของร่วมครั้งที่ 1
  2. หนังสือนัดประชุมเจ้าของร่วมครั้งที่ 2 (ถ้ามี) 
  3. หลักฐานการส่งหนังสือนัดประชุมทางไปรษณีย์ (นัดครั้งที่ 1) ... ใบเสร็จที่ออกให้จาก ปณ. 
  4. หลักฐานการส่งหนังสือนัดประชุมทางไปรษณีย์ (นัดครั้งที่ 2 ถ้ามี) ... ใบเสร็จที่ออกให้จาก ปณ. 
  5. บัญชีรายชื่อเจ้าของห้องชุด (เรียงตามลำดับเลขที่ห้องชุด) ระบุเลขห้องชุด อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ ลายมือชื่อผู้เข้าประชุม ต้องระบุด้วยว่าเข้าประชุมในฐานะเจ้าของร่วม หรือ ผู้รับมอบอำนาจ (มอบอำนาจได้ไม่เกิน 3 ห้องชุด)
  6. ใบลงคะแนน (ระบุเลขห้องชุด ชื่อเจ้าของห้องชุด และลงลายมือชื่อเจ้าของห้องชุดหรือผู้รับมอบฉันทะ)
  7. หนังสือมอบฉันทะ (สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบ กับ สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ แนบมาด้วยหลังใบลงคะแนน)
  8. ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด (ไม่มีไม่เป็นไรเพราะส่วนใหญ่จะมีสำเนาอยู่ที่ สำนักงานที่ดิน อยู่แล้ว)
  9. ทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด (ไม่มีไม่เป็นไร สามารถแจ้งเจ้าพนักงานทีดินให้คัดสำเนา ที่สำนักงานที่ดิน ได้เลย)
  10. บันทึกถ้อยคำกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด (1 คนต่อ 1 ฉบับ) >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
  11. สำเนาบัตรประชาชน ของกรรมการนิติบุคคล แต่ละท่าน
  12. สำเนาทะเบียนบ้าน ของกรรมการนิติบุคคล แต่ละท่าน
  13. หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด ของกรรมการนิติบุคคล แต่ละท่าน
  14. ทะเบียนสมรส (กรณีคู่สมรส เป็นกรรมการ)
  15. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล)
  16. รายงานการประชุมครั้งที่ 1 >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
  17. รายงานการประชุมครั้งที่ 2 (ถ้ามี) >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
  18. รายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคล ในเรื่องการแต่งตั้ง ผู้จัดการนิติบุคคล >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
  19. หนังสือส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุด >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
  20. แบบฟอร์มการตรวจเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ >> หน้าที่ 1 :  หน้าที่ 2
  21. แบบฟอร์มการตรวจเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด >> ดูตัวอย่างได้ที่นี่
ขั้นที่ 2 : ให้ผู้จัดการนิติบุคคล อาคารชุด เซ็นรับรองเอกสาร (เอกสารบางเรื่องอาจมีหลายหน้า เช่น บัญชีรายชื่อเจ้าของห้องชุด ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นทุกหน้า เซ็นเฉพาะหน้าแรก ก็ได้)

ขั้นที่ 3 : นำเอกสารทั้งหมดที่กล่าวมาใส่แฟ้มกระดาษ เจาะรู (ผมจำไม่ได้ละว่าเรียงอย่างไร เด๋วพนักงานที่ดินบอกคุณเอง)

ขั้นที่ 4 : นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งอาคารชุดตั้งอยู่ เช่น คอนโด อยู่เขตบางพลัด ก็จะอยู่ในพื้นที่ของสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย แจ้งเจ้าหน้าที่ออกบัตรคิวว่า "มาจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการนิติบุคคล อาคารชุด และ จดผู้จัดการ" เจ้าหน้าที่จะได้ออกบัตรคิวให้ต่อเนื่องกัน) ถ้าเอกสารโดยรวมเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าพนักงานที่ดิน จะรับคำร้องขอจดทะเบียนเอาไว้ อ่อ เสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อยคอนโดที่ผมอยู่มี 589 ห้อง พกไป 1,000 บาท มีทอนกลับมา

*** ฉะนั้นวันไปสำนักงานที่ดินเตรียม แม็กเย็บกระดาษ , ที่เจาะรูกระดาษ , เครื่องคิดเลข , ปากกา ไปให้พร้อม ***

ขั้นที่ 5 : ใช้ระยะเวลาตรวจเอกสารประมาณ 7 วันทำการ (เอกสารต้องผ่านการตรวจสอบ หลายระดับ ครับ ไม่ใช่ยื่นปุ๊ปได้ปั๊ป วางแผนกันดี ดี)

ขั้นที่ 6 : เจ้าพนักงานที่ดินจะโทร.มาแจ้ง มี 2 กรณี คือ ผ่านมารับเอกสารการจดทะเบียนได้ หรือ ไม่ผ่านเพราะเอกสารไม่สมบูรณ์ ตรงไหน ต้องแก้ยังไง 

กรณี ผู้จัดการ นิติบุคคลฯ มอบฉันทะให้ผู้อื่นดำเนินการจดทะเบียนแทนจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการ และ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ ยื่นต่อเจ้าพนักงานเพื่อเป็นหลักฐานด้วย

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้กับกรรมการฯ มือใหม่ในการเริ่มต้นงานแรกที่ต้องทำนะครับ ... คอนโดจะพัฒนา ได้ นอกจากได้กรรมการฯ ดีแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความร่วมมือ ร่วมใจของ เจ้าของร่วมทุกคนครับ


บทความและเอกสารประกอบบทความเรื่องนี้ ขอสงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ห้ามผู้ใดนำไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

Copyright 2014, Jaray Ratanapitak

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประชาชาติยุคดิจิตอล Digital Nation ตอนที่ 2

บทที่ 6 : ความเสมอภาคของสภาพแวดล้อมทางการศึกษา


การยัดเยียดเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้กับสถานศึกษาในทันทีโดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของสถานศึกษา บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม การสร้างวัฒนธรรมทางการศึกษาแบบใหม่นี้จำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อให้ทั้งสถานศึกษาบุคลากร และนักเรียนได้มีโอกาสปรับตัวอย่างช้า ๆ ซึ่งผู้วางนโยบายของรัฐจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้

การจัดโครงการการศึกษานอกเวลาสำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดให้เยาวชนทีเ่กิดความเบื่อหน่ายได้เข้ามามีส่วนรวม และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้

รัฐบาลฟินแลนด์ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการฝึกอบรมครูซึ่งมีงบประมาณรวม 2.5 ล้านยูโรต่อปี  เพื่อฝึกอบรมครูทั่วประเทศนอกเหนือจากการอบรมที่แต่ละสถานศึกษาได้จัดให้มีขึ้นอยู่แล้ว

ควรปลูกฝังค่านิยมที่ว่า "คนทุกชนชั้นล้วนมีศักยภาพในการเรียนรู้และมีเกียรติศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน"

ความเสมอภาคทางการศึกษามีการโต้เถียงกันอยู่ใน 2 ประเด็นหลักได้แก่

  1. ประเด็นของ "ความเสมอภาคของทรัพยากร" ซึ่งเกี่ยวกับการสรรหาวิธีที่เหมาะสมในการจัดสรรเงินภาษีเพื่อใช้สนับสนุนการศึกษาในแต่ละส่วนของประเทศอย่างเหมาะสม
  2. ประเด็นของ "ความพอเพียงของการศึกษา" ซึ่งเกี่ยวกับการพิจารณาความสมดุล ระหว่างวัตถุดิบทางการศึกษา (เช่น ครูอาจารย์, อุปกรณ์, หลักสูตร ฯลฯ) กับผลผลิตทางการศึกษา (เช่น ผลการเรียนของนักเรียน) ซึ่งผลการพิจารณานี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีความที่มีการฟ้องร้องภาครัฐเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของระบบการศึกษาในปัจจุบัน

การตัดสินใจขยายเวลาทำการของโรงเรียน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและบุคคลภายนอกสามารถเข้ามาใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศภายในสถานศึกษาได้ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการศึกษาในโรงเรียนและนอกโรงเรียนมีความเกี่ยวเนื่องกันมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการ อาทิ การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ความไม่แน่นอนด้านงบประมาณ และการให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา การเปลี่ยนแปลงโครงการ และนโยบายทางการศึกษาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้การพัฒนาที่ได้ดำเนินการมายังไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

กรณีศึกษาประเทศเยอรมนี


กรณีของประเทศเยอรมนีซึ่งมีอัตราการว่างงานที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม OECD คือ การที่รัฐวางนโยบายให้เยาวชนได้เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน และส่งเสริมให้พวกเขาได้รับการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง

ปรัชญาการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่บนหลัก 3 ประการ คือ โครงข่ายพื้นฐาน ความสามารถของบุคลากร และเนื้อหา

กรณีประเทศฟินแลนด์  


  • ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยสร้างความสัมพันธ์ของการเรียนรู้ผ่านสถานศึกษาหลากหลายรูปแบบ อาทิ โรงเรียน ห้องสมุด บ้าน ที่ทำงาน เป็นต้น
  • ส่งเสริมให้เกิดการจัดเตรียมสถานศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกด้วย โดยลบล้างค่านิยมเก่า ๆ ที่การศึกษาจะสามารถได้รับจากการเรียนในสถานศึกษาตามหลักสูตรมาตรฐานเท่านั้น
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองต่อการเรียนของเยาวชนก็ถือเป็นกลไกสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้
  • ขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี และการฝึกอบรมทักษะผ่านโครงการการศึกษานอกโรงเรียน
  • ส่งเสริมการฝึกงานของเยาวชนในวัยเรียนก็ถือว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน

นโยบายการพัฒนาที่จำเป็น


  1. ความร่วมมือในการพัฒนาระหว่างภาครัฐและเอกชนถือเป็นสิ่งที่มีคามสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะทำให้การพัฒนาสามารถเกิดขึ้นได้ในวงกว้าง
  2. การจัดให้มีแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพสังคมที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้
  3. เงินทุนสนับสนุนที่เพียงพอและต่อเนื่องในระดับประเทศเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้การพัฒนาสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
  4. ทักษะและความชำนาญของบุคลากรที่เกี่ยวข้องถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทที่ 7 : หนุ่มสาวยุคไร้สาย ความกระปรี้กระเปร่าของโลกอินเตอร์เน็ต


่ความรู้ทางดิจิตอลนั้นควรได้รับการยอมรับว่า เป็นความรู้พื้นฐานอีกอย่างหนึ่งเทียบเท่ากับความรู้ในด้านการใช้ภาษาและคณิตศาสตร์  นอกจากนี้สังคมยังควรตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของเทคโนโลยีดังกล่าวที่จะช่วยสนับสนุนค่านิยมในการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและประชาธิปไตย

การปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตนี้จะประสบผลสำเร็จได้ ยังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกหลายประการด้วยกันคือ

  1. การให้ความสำคัญต่อการให้ข้อมูลและการรับข้อมูล ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ในระบบออนไลน์มักจะมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นของตนในเรื่องต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเมือง แต่มักไม่ยอมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นที่แตกต่างออกไป  ในขณะที่การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตนถือเป็นส่ิงสำคัญ เยาวชนก็จำเป็นต้องรับฟังความเห็นของผู้อื่นและร่วมมือซึ่งกันและกันเพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่อย่างเหมาะสม
  2. การที่ปัจจุบันมีเว็บไซต์เชิงพาณิชย์จำนวนมากที่จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นหรือดำเนินการเลือกตั้งแบบจำลองขึ้่น เพื่อก่อให้เกิดการรวมตัวกันของผู้ที่มีความคิดเห็นร่วมกันไว้เป็นกลุ่ม แทนที่จะส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ที่มีความเห็นแตกต่างกัน เราควรหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มทางความคิดที่จะทำให้เกิดการต่อต้านฝ่ายตรงข้าม แต่ควรจุดประกายความคิดให้กับคนทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิผล
  3. ในเว็บไซต์ประเภทชุมชนออนไลน์มักมีการจัดแบ่งกลุ่มสนทนาออกตามประเภทความสนใจ ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเข้าร่วมเฉพาะในกลุ่มสนทนาที่มีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกับตนเท่านั้นซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชุมชนออนไลน์ีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากชุมชนที่เป็นอยู่จริงในชีวิตประจำวัน  อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเช่นนี้ย่อมบดบังศักยภาพของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในการเปิดโอกาสให้คนจากทั่วทุกมุมโลกติดต่อสื่อสารกันอย่างอิสระ และสร้างความเป็นไปได้ในการปรับความเข้าใจระหว่างกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างกันให้หมดไป  ผู้ดูแลเว็บไซต์ประเภทดังกล่าวนี้ ย่อมเป็นผู้มีส่วนประกอบสำคัญในการควบคุมบทสนทนาที่ดำเนินไปในระบบออนไลน์ให้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ  ยิ่งไปกว่านี้ซอฟแวร์ใหม่ ๆ ที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นสำหรับระบบลักษณะนี้ก็ควรได้รับการทบทวนและทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าบทสนทนาออนไลน์ที่จะเกิดขึ้นบนระบบดังกล่าวต้องเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ


บทที่ 8 : บทสรุป


จอห์น สจวต มิลล์  "ความเสมอภาคจะเกิดในสังคมได้ก็ต่อเมื่อมีการนำเสนอความคิดหลากหลายในสังคมเท่านั้น"

สังคมดิจิตอล หมายถึง  สังคมที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาประยุกต์ใช้ภายใต้หลักการของประชาธิปไตย  เพื่อจุดประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพและการสร้างอิสรภาพในการดำรงชีวิตของคนในสังคม



ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ ประชาชาติยุคดิจิตอล Digital Nation สั่งซื้อได้ที่ SE-ED





วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประชาชาติยุคดิจิตอล Digital Nation ตอนที่ 1

สวัสดีครับไปเดินเล่นในห้องสมุดมหาวิทยาลัยมาก็พบหนังสือเล่มนี้ชื่อน่าสนใจดีครับเลยยืมมาอ่านฝรั่งเขียนแล้วคนไทยเอามาแปล ถือว่าเปิดหูเปิดตาและได้แนวคิดโดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาได้อ่านเป็นอย่างยิ่ง ^_^"

นี่คือเนื้อหาบางส่วนจากในหนังสือที่ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านและนำไปคิดกันครับ เราคงหนีไม่พ้น Digital Nation

บทที่ 1 : สังคมดิจิตอล ณ ทางแยก

ผู้นำประเทศถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสความตระหนักของสังคมต่อปัญหาด้านการศึกษาและความเสมอภาคทางเทคโนโลยี และส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาเหลานี้  นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการกระตุ้นให้มีการขานรับที่เหมาะสมจากภาครัฐและเอกชน โดยส่งเสริมให้มีการขยายการลงทุนอย่างเพียงพอ เพื่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีที่มีความเสมอภาคสำหรับทุกคนในสังคมต่อไป

บทที่ 2 : ทุกคนควรมีความรู้พื้นฐานอย่างเช่นการใช้คอมพิวเตอร์

การสื่อสารถือเป็นส่ิงจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์และสังคม การมีอิสระในการค้นหา ได้รับ และใช้ประโยชน์ ข้อมูลถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญ และเป็นความจำเป็นขั้นต้นที่จะนำมาซึ่งสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ

นายโคฟี อันนัน (Kofi Annan) อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ได้เปรียบเทียบระบบโทรคมนาคมว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับการมีน้ำดื่มและยารักษาโรค เขาได้แสดงถึงนัยทางการเมืองที่สำคัญ 2 ประการด้วยกัน ได้แก่

  1. มนุษย์ควรมีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด
  2. มนุษย์ควรได้รับโอกาสในการสื่อสารความคิดของตนแก่สังคม ซึ่งรัฐบาลของแต่ละประเทศมีหน้าที่ในการสนับสนุนให้เกิดโอกาสดังกล่าว โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงแม้ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล
นายเนลสัน แมนดาลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ "ความสามารถในการสื่อสารจะกลายเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21"

บทที่ 3 : แลกเปลี่ยนวิญญาณเพื่อยุคดิจิตอล


เราควรสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ชีวิตออนไลน์หรือไม่

การเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และเพ่ิมประสิทธิภาพในการให้บริการนั้นอาจนำมาซึ่งผลเสียอย่างรุนแรง หากผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความสนใจในด้านความเสมอภาคในสังคมอย่างเพียงพอ ตัวอย่างเช่น การกุมอำนาจของสื่อโดยคนบางกลุ่ม

มุมมอง 2 แบบใหญ่ ๆ คือ มุมมองของการถือประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ และมุมมองของสิทธิมนุษยชน  นายโทมัส โอนีล (Thomas O'Neill) กล่าวว่า "เราจะโต้เถียงปัญหากันในแง่ศีลธรรมเพื่ออะไร ในเมื่อเราสามารถมองปัญหาในเชิงเศรษฐกิจได้"

แนวคิดในเรื่องของ "ทุนมนุษย์ (human capital)" เป็นแนวคิดที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของสังคมดิจิตอล .... แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า สถาบันการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบเป็นกุญแจสำคัญสู่การได้มาซึ่งอิสระในการดำรงชีวิต  ทั้งนี้ในการดำรงชีวิตอย่างราบรื่นและการมีอนาคตที่มั่นคงของมนุษย์และสังคม เราจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานและทักษะในการตัดสินใจ และใช้วิจารณญาณอย่างถูกต้อง ....การศึกษาเป็นกลจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

บทที่ 4 : พรมแดนใหม่ของสิทธิมนุษยชน


วิธีการสร้างความมั่นคงของประเทศที่ดีที่สุดคือการสนับสนุนให้ประชาชนได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

แถลงการณ์สากลเรื่องสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า "การมีอิสระในการค้นหา ได้รับ และใช้ประโยชน์ข้อมูลผ่านสื่อทุกชนิดโดยไม่จำกัดพรมแดนทางการเมือง ถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง"

ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษานั้น สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดย่อมมิใช่การจัดหาอุปกรณ์ แต่เป็นการพัฒนาบุคลากรให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้อย่างคล่องแคล่ว

บทที่ 5 : สังคมดิจิตอล สีดำและสีขาว


ระบบสื่อสารมวลชนที่เสมอภาคและเปิดโอกาสให้กับความคิดเห็นที่แตกต่าง ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสังคมดิจิตอล นโยบายรัฐอีกหลายอย่างที่ขัดต่อการพัฒนาข้างต้น เช่น การกำหนดให้มีการควบคุมสัมปทานของช่องทางสื่อสารและสิทธิในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสำคัญโดยรวมอำนาจการตัดสินใจไว้กับองค์กรบางกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศให้เป็นสังคมดิจิตอลทั้งสิ้น

เงินอย่างน้อย 30% ของงบประมาณพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาควรถูกใช้เพื่อพัฒนาบุคลากร

ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนาเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ได้มีการโต้เถียงกันอย่างกว้างขวางถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาและได้ข้อสรุปว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยพัฒนาผลการเรียนของเยาวชนได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานพอ

การที่จะพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต้องดำเนินการ 2 ประการ คือ
  1. ครูอาจารย์ต้องได้รับการพัฒนาความรู้ให้สามารถใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนของตนได้
  2. โรงเรียนจะต้องเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างกว้างขวาง



ปล. บทความนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ตอนนะครับ อ่านตอนที่ 2 คลิกที่นี่

ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ ประชาชาติยุคดิจิตอล Digital Nation สั่งซื้อได้ที่ SE-ED





วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รวมบทความน่าสนใจภาค 4

การเขียน Resume เป็นภาษาอังกฤษ : การกรอกใบสมัครงานเป็นภาษาอังกฤษ scan มาจาก sheet ที่ได้ร่ำเรียนมาครับ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์

การวางแผนภาษีอากร : รายงานเรื่องการวางแผนภาษีอากร (Tax Planning)

การวางแผนภาษีอากรคืออะไร : เป็น PowerPoint สรุปเข้าใจง่ายดีครับ

ภาษีสรรพสามิต และ ภาษีศุลกากร : รายงานเรื่องภาษีสรรพสามิต และ ภาษีศุลกากร

ระบบ EDI กับงานศุลกากร : ทำความรู้จักกับระบบ EDI กันครับ

คู่มือการวิเคราะห์ภาษีกรณีเงินได้เพราะเหตุออกจากงาน :  ใครจะต้องออกจากงานควรศึกษาไว้ครับ

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพากร Revenue Tax Benefit : ไฟล์ PowerPoint ของท่านสุเทพ  พงษ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร ข้อมูล ณ ปี 2007 ท่านไหนจะนำไปใช้ก็ update ข้อมูลกันนิดนึงนะครับกันพลาด

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ต้นทน-ปริมาณ-กําไร และ ระบบต้นทุนงานสั่งทำ : เป็นส่วนหนึ่งของวิชาบัญชีบริหารนะครับ


วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รวมบทความน่าสนใจภาค 3

สวัสดีครับวันนี้มีบทความน่าสนใจมาฝากเพื่อน ๆ เลือกอ่านกันได้ตามใจชอบครับ

การใช้งานโปรแกรม Access 2010 : เป็นไฟล์ PowerPoint วิชาฐานข้อมูลนะครับว่ากันตั้งแต่เบื้องต้นไปจนถึงขั้นกลางครับ

การใช้งาน Joomla Version 1.5.x : เป็นไฟล์ PowerPoint เช่นเดียวกันครับ ถึงจะล้าสมัยไปแล้วสำหรับ Joomla Version นี้แต่ก็เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษา CMS ยอดฮิตอย่าง Joomla ครับ

การตลาด Online [Online Marketing] : เป็นไฟล์ PowerPoint บรรยายในหัวข้อดังนีิ

  • การทำการตลาดออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการขาย
  • การทำการตลาดผ่าน Search Engine
  • การทำการตลาดผ่าน Social Network

ขอขอบพระคุณ คุณภาวนา เทียนศิริ จาก บริษัท ไชโย โฮสติ้ง จำกัด ที่ได้ผลิตเอกสารชุดนี้ขึ้นมาครับ


ภาษา PHP5 : เป็นไฟล์ PowerPoint อธิบายเกี่ยวกับเบื้องต้นของภาษา PHP Version 5 นี้ครับ

ขอขอบพระคุณ iamsanya.com สำหรับเอกสารชุดนี้ครับ

สำหรับวันนี้ก็หมดเพียงเท่านี้ครับ พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลักษณะของภาษีอากรที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ???

สวัสดีครับวันนี้ทำการบ้านวิชาภาษี ในเรื่องของลักษณะของภาษีอากรที่ดีต้องประกอบไปด้วยหลักการอะไรบ้าง  ก็ได้ค้นคว้าหาข้อมูลแบบรวดเร็วจึงสรุปออกมาได้ดังนี้

ลักษณะของภาษีอากรที่ดีประกอบไปด้วยหลักการ ดังนี้

1.  หลักด้านความเป็นธรรม  (Equity)

หลักความเป็นธรรม คือ การเก็บภาษีอย่างทั่วถึง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติและเก็บตามกำลังความสามารถของผู้เสียภาษี โดยหลักของความเป็นธรรมนี้จะต้องเป็นธรรมและเสมอภาคกับผู้เสียภาษีทุกราย ซึ่งหลักความเป็นธรรมในทางทฤษฏีมี 2 แนวคิดคือ

1.1  หลักความเป็นธรรมสมบูรณ์ (Principle of Absolute Equity) ตามทฤษฏีนี้ถือว่าการเก็บภาษีที่ยุติธรรมนั้นคือการที่ทุกคนจะต้องเสียภาษีเท่ากัน ทฤษฏีนี้จะใช้ได้ดีถ้าผู้ต้องเสียภาษีทุกคนมีฐานะหรือรายได้เท่าเทียมกันแต่ในความเป็นจริงแล้วฐานะหรือรายได้ของคนในประเทศไม่เท่ากัน ดังนั้นหลักการนี้จึงใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ

1.2  หลักความเป็นธรรมสัมพันธ์ (Principle of Relative Equity) ทฤษฏีนี้คือการยึดหลักความสามารถในการเสียภาษี  โดยถือว่าเป็นความยุติธรรมในการเสียมิได้เกิดจากการที่ทุกคนเสียภาษีเท่ากัน แต่ควรเกิดจากสัดส่วนแห่งผลประโยชน์ที่แต่ละคนได้รับ ซึ่งจะนำมาสู่ความสามารถในการเสียภาษีของตน ที่เรียกว่าธรรมสัมพันธ์เพราะว่าได้มีการพิจารณาความเป็นธรรมโดยเอาการเสียภาษีไปสัมพันธ์กับประโยชน์ที่ได้รับหรือความสามารถในการเสียภาษีประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งเพราะว่าได้ถือหลักว่าบุคคลจะเสียภาษีเป็นธรรมหรือไม่นั้นไม่ได้พิจารณาจากจำนวนภาษีที่เขาเสียว่าเท่ากับคนอื่นหรือไม่ แต่ควรพิจารณาจากฐานะหรือผลประโยชน์ที่เขาได้รับ

2. หลักความแน่นอน (Certainty)

หลักความแน่นอน คือ การเก็บภาษีที่ดีจะต้องมีความแน่นอนชัดเจน รู้ว่าใครบ้างจะต้องเสียภาษี เสียเท่าไร เสียอย่างไร และอาศัยฐานอะไร ในอัตราเท่าไร และไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ 

3. หลักความเป็นกลาง  (Neutrality)

หลักความเป็นกลาง คือ ระบบภาษีอากรที่ดีจะต้องพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อรูปแบบการออม  การบริโภค  และการแข่งขันในการผลิตสินค้าและบริการของประชาชน

4. หลักอำนวยรายได้ (Productivity)

หลักอำนวยรายได้ คือ ภาษีอากรที่ดีต้องสามารถทำรายได้ดี และเพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่าอัตราการเพิ่มของรายได้ ประชาชาติเพื่อสนองความต้องการในด้านการใช้จ่ายและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยภาษีอากรที่สามารถทำรายได้ดีต้องมีลักษณะอย่างน้อย 3 ประการ คือ ฐานภาษีกว้างเพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้มากโดยอัตราภาษีไม่สูงมากนักใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้าและใช้วิธีประเมินภาษีตามราคามูลค่าซึ่งจะทำให้รัฐบาลได้รับรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อภาวะเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองโดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขอัตราภาษีบ่อยครั้งและกลไกในการบริหารการจัดเก็บของรัฐจะต้องมีประสิทธิภาพพอสมควร เพื่อให้ สามารถจัดเก็บภาษีอากรได้ตามเป้าหมาย

5. หลักความยืดหยุ่น (Flexibility)

หลักความยืดหยุ่น คือ ภาษีอากรที่ดีควรจะมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจและสามารถที่จะทำรายได้ให้กับรัฐบาลในอัตราที่สูง ซึ่งส่งผลให้รายได้จากภาษีอากรเพิ่มขึ้นหรือลดลงเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของรายได้ประชาชาติ (GDP) ดังนั้นภาษีอากรจึงทำหน้าที่ในการปรับอุปสงค์ รวม (aggregate demand) ให้เป็นไปโดยเหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความหมายเท่ากับว่าภาษีที่มีความยืดหยุ่นสูงจะเป็นเครื่องมือช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจได้ โดยตัวเอง (built – in – flexibility)

6. หลักประสิทธิภาพในการบริหาร (Administrative Efficiency) 

หลักประสิทธิภาพในการบริหาร คือ ภาษีอากรที่ดีและมีประสิทธิภาพควรต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะพิจารณาจาก 2 ด้านด้วยกันก็คือ ทางด้านรัฐบาล และทางด้านประชาชนผู้เสียภาษี โดยทางด้านรัฐบาลควรพยายามจัดเก็บภาษีอากรที่เสียต้นทุนในการจัดเก็บต่ำและสามารถเก็บได้อย่างครบถ้วน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดเก็บ และทางด้านผู้เสียภาษีไม่ควรให้ผู้เสียภาษีอากรต้องมีภาระและต้นทุนในการเสียภาษีอากรสูง อันเป็นการช่วยยกระดับความสมัครใจในการเสียภาษีของผู้เสียภาษีให้สูงขึ้น

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รวมบทความน่าสนใจ ภาค 2

สวัสดีครับวันนี้มีบทความน่าสนใจมาฝากเพื่อน ๆ เลือกอ่านกันได้ตามใจชอบครับ


ขอขอบพระคุณเจ้าของผลงานทุกท่านนะครับ ... บทความชุดนี้ได้มาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ครับ


วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ว่าด้วยเรื่องประกันสังคมใครเป็นใครฉันอยู่ ม.33 39 40 กันวะ

ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า มีอยู่้วันนึงอ่านข่าวแล้วเจอว่า คนที่มีอาชีพอย่างผมคือเป็นแรงงานนอกระบบ เช่น freelance พวกขายของตามตลาดนัด ฯลฯ สามารถทำประกันสังคมได้แล้วนะ ก็เลยสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ปรากฏว่า งงแดก ซิครับ อ่าน อ่าน อ่าน มันอยู่หลายวันเหมือนกัน ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีแต่ก็คิดว่า เข้าใจมากขึ้น พอที่จะเขียนออกมาให้ชาวบ้านอ่านได้ ก็เลยขอเขียนถึงสักนิดนึง

ประกันสังคมมีทำไม ???

มีไว้เวลาเราซึ่งเป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนทั้งหลาย เจ็บปวย / คลอดบุตร / ตาย / ทุพพลภาพ / ชราภาพ / สงเคราะหบุตร / วางงาน จะได้มีเงินใช้บ้างเหมือนกับที่ข้าราชการเค้ามีบำนาญ หรือ เบิกไ้ด้เวลาเจ็บป่วย อะไรทำนองนี้

ใครเป็นคนจ่ายเงินประกันสังคม

ก็เรานี่แหละที่เป็นลูกจ้าง + นายจ้าง + รัฐบาล  ส่วนคนไหนจ่ายกี่ % อันนี้ไปศึกษาหาข้อมูลกันเอาเองนะจ้ะ 

คนที่ทำประกันสังคมมีกี่ประเภท [ภาษากฏหมายเรียกว่า ผู้ประกันตน]

1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 [ลูกจ้างในระบบ]

2. ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 [เคยเป็นลูกจ้างในระบบแต่กรูลาออกแล้ว เซง Boss]

3. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 [แรงงานนอกระบบ คนละความหมายกับแรงงานต่างด้าวนะแสรด]

ที่มันชวนให้ งง ก็ตรงนี้แหละ กรูจะรู้ได้งัยว่ากรูอยู่ในประเภทไหน คนเขียนกฏหมายแม่งก็เอี้ยจริงเขียนภาษาไทยแล้วยังต้องมาแปลเป็นไทยอีกรอบ  กระผมก็จะขออธิบายตามความเข้าใจของตัวเองอ่ะนะครับ ผิดถูกยังไง ก็ขอให้ผู้รู้ช่วยชี้แนะมาด้่วย

ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 [ลูกจ้างในระบบ]

ตาม พรบ.ประักันสังคม มาตรา 33 บอกไว้ว่า ลูกจ้างอายุ 15 - 60 ปี เป็นผู้ประกันตน ลูกจ้างที่อายุเกิน 60 ปี แต่ยังทำงานอยู่ประมาณว่าแม่งไม่ยอมเกษียณซะทีก็ยังถือว่าเป็นผู้ประักันตนต่อไป  ฉะนั้นมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกท่านทั้งหลายก็เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 นี้ เป็นการประกันตนภาคบังคับเมื่ือคุณเข้ามาอยู่ในระบบ เพราะ นายจ้างเค้าก็จะหักเงินเดือนคุณส่งประกันสังคมทุกเดือน

ถ้าวันดีคืนดีคุณเบื่อเจ้านายมาก เจ้านายแม่งงี่เง่า บ้ากาม บริหารคนไม่เป็น คุณเลยตัดสินใจลาออกแม่งซะเลย คุณก็ยังได้รับการคุ้มครองในกรณี เจ็บป่วย /  ทุพพลภาพ  /  คลอดบุตร /  และตาย ไปอีก 6 เดือน

ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 [เคยเป็นลูกจ้างในระบบแต่กรูลาออกแล้ว เซง Boss]

ตาม พรบ.ประกันสังคม มาตรา 39 บอกไว้ว่า 

  1. เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน
  2. ต้องยื่นคำขอเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
  3. ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

ผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 ได้สิทธิคุ้มครอง 6 กรณีคือ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ยกเว้นกรณีว่างงาน

กรณีออกจากงานเกิน 6 เดือนแล้ว ไม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 ได้ แต่รองรับด้วยมาตรา 40

กรณีที่ทำให้ขาดสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 39  มีดังนี้

  1. ลาออก (จาก มาตรา 39 ไปทำไร่ไถ่นาเลี้ยงควายดีกว่า)
  2. ตาย (ขี้เกียจหายใจขึ้นมาซะงั้น)
  3. กลับไปเป็นลูกจ้าง ได้สิทธิตาม มาตรา 33 (ไปไม่รอดละกรู)
  4. ขาดส่งติดกัน 3 งวด (งานก็ไม่มีำทำแ้ล้วจะเอาเงินที่ไหนมาส่งวะ)
  5. นับย้อนหลังไป 12 เดือนส่งไม่ถึง 9 เดือน (พอมีเงินบ้างแต่บางเดือนมันก็ไหวจริง ๆ นะพี่)

ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 [แรงงานนอกระบบ คนละความหมายกับแรงงานต่างด้าวนะแสรด]

ตาม พรบ.ประักันสังคม มาตรา 40 บอกไว้ว่า 

บุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และ 39  ฉะนั้นก็หมายถึง พวกเราเหล่า Freelance  หรือพวกเราเหล่าแม่ค้า พ่อค้า ตามตลาดนัดต่าง หรือใครก็ได้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบลูกจ้าง ก็สามารถมาสมัครประกันสังคมตามมาตรา 40 นี่ได้อ่ะ

สิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 นี่มีขนาดไหนกัน (อ่านแล้วก็ปลงนะ แต่ยังดีกว่าไม่ได้ละวะ)

1. เงินทดแทนการขาดรายได้

    - เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี

เงื่อนไข : จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

2. เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ

   - รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500-1,000 บาท ต่อเดือนเป็นเวลานานถึง 15 ปี

เงื่อนไข : เงินทดแทนฯ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

3. ค่าทำศพ

   - เงินค่าทำศพ 20,000 บาท

เงื่อนไข : จ่ายเงินสมทบ 6 ใน 12 เดือน

4. เงินบำเหน็จชราภาพ

  - รับเงินก้อน เมื่ออายุ 60 ปี

เงื่อนไข : อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

มาตรา 40 นี่คุ้มครองอะไรบ้างอ่ะ (อ่านแล้วก็ปลงนะ แต่ยังดีกว่าไม่ได้ละวะ)

จ่ายเงินสมทบ 100 บาท (ประชาชนจ่าย 70 บาท/เดือน รัฐบาลจะร่วมจ่ายในปีแรก 30 บาท/เดือน) จะได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี

1.  กรณีจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อมีการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป

2.  กรณีทุพพลภาพ

3.  กรณีเสียชีวิต

จ่ายเงินสมทบ 150 บาท (ประชาชนจ่าย 100 บาท/เดือน รัฐบาลจะร่วมจ่ายในปีแรก 50 บาท/เดือน) จะได้รับความคุ้มครอง 4 กรณี

1.  กรณีจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่องมีการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป

2.  กรณีทุพพลภาพ

3.  กรณีเสียชีวิต

4.  กรณีชราภาพ ***หากผู้ประกันตน เลือกชำระเงินสมทบในทางเลือกที่ 2 คือ จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน จะมีการคุ้มครองกรณีชราภาพ

จะสมัครเป็นผู้ประกันตามมาตรา 40 ยังไงละเนี้ยะ

สมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หน่วยบริการเคลื่อนที่/ ตัวแทนเจ้าหน้าที่ประกันสังคม เช่น ผู้ใหญ่บ้าน เอกสารในการสมัคร ใช้สำเนาบัตรประชาชน กรอกแบบการขึ้นทะเบียนการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 (สปส. 1-40)

===============================

อ่ะก็เป็นอันว่าจบในเรื่องผู้ประกันตนนะครับว่าใครอยู่มาตราไหน อะไร ยังไง ผมเองก็นั่งอ่าน อ่าน แล้วก็มึนครับ เข้าใจแค่นี้แหละ ใครที่สนใจอยากรู้เพิ่มเติมว่าต้องจ่ายเ่ท่าไรยังไง นายจ้างมันอมเงินเราอ่ะป่าว บลาบลาบลา ก็ขอเชิญศึกษาด้วยตัวเองนะครับ ตัวใครตัวมันอ่ะ ผมสนใจแค่ มาตรา 40 เท่านั้นแหละเพราะมันตรงกับชีวิตผม

===============================

ที่มา

https://groups.google.com/group/siamhrm/browse_thread/thread/513b5757de95d18a?hl=th

http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=215

http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?lang=th&cat=616

http://www.sso.go.th/sites/default/files/1.1web_0.htm

บทความอันนี้เขียนขึ้นเองแต่ลงไว้ใน facebook ก็เลยถือโอกาสเอามาเผยแพร่ที่ Blog ด้วยเลยละกันหวังว่าข้อมูลนี้ยังจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี

สวัสดีครับ วันนี้จะมาเล่าถึงการต่อภาษีรถประจำปี (หรือที่เรียกกันว่า "ต่อทะเบียน") ให้ฟังกันครับ พอดีไปต่อมา ทุกปีรถของท่านต้องเสียภาษี เสียภาษีเสร็จแล้วก็จะได้ป้ายเหลี่ยมมา 1 ใบ เพื่อเอาไว้กันหัวปิงปองที่จะคอยหาแดกกับไอ้ป้ายนี่

ขั้นตอนการต่อภาษี (อันนี้สำหรับรถผมนะ bmw 318i E30)

1. ไปสำนักงานขนส่งใกล้บ้านท่าน
2. ไปตรวจสภาพ ที่เค้าเรียกว่า ตรอ. ผมไปต่อภาษีที่ขนส่งตลิ่งชัน ในสวนผัก ตรอ. ก็อยู่ตรงข้าม ขนส่งเลย เสียค่าตรวจไป 200 บาท ได้ใบรับรองมา 1 ใบ (รถยนต์ที่เกิน 7 ปีต้องตรวจสภาพ)
3. เข้ามาขนส่งต่อ พรบ. ภาคบังคับให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่าย 601 บาท วิริยประกันภัย จะได้เอกสารมาว่าต่อ พรบ. เรียบร้อยแล้วนะจ้ะ
4. เอาหลักฐาน ข้อ 2 กับ 3 และสมุดหรือที่เค้าเรียกว่า เล่ม ไปยื่นที่ประชาสัมพันธ์ให้เค้าตรวจ แล้วเค้าก็จะกดบัตรคิวให้
5. นั่งรอคิว
6. ถึงคิวแล้วก็ไปยื่นเอกสารแล้วก็ชำระภาษี ผมเสียภาษี 1,047 บาท คุณก็จะได้เอกสารว่าชำระภาษีแล้วนะจ้ะ กับ ป้ายเหลี่ยม ที่ระบุวันหมดอายุ เพื่อเอาไปติดที่หน้ารถของท่านกันหัวปิงปองทั้งหลาย
7. จบ

==================================
สรุปเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษี (ต่อทะเบียน)

1. เล่ม
2. ใบรับรอง ตรอ. (สำหรับรถยนต์ที่ต่อทะเบียนเกิน 7 ปี)
3. พรบ.

==================================

เกร็ดความรู้

การชำระภาษีประจำปี สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์สามารถดำเนินการชำระได้ที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1-5 สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา (ไม่ว่ารถนั้นจะจดทะเบียนที่จังหวัดใดก็ตาม)
ประเภทรถที่รับเสียภาษี
  1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
  2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2)
  3. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3)
  4. รถจักรยานยนต์ (รย.12)
  5. รถแทรกเตอร์ (รย.13)
  6. รถบดถนน (รย.14)
  7. รถพ่วง (รย.16)
  • รถที่ขาดการเสียภาษีติดต่อกัน 3 ปีขึ้นไป จะถูกจำหน่ายออกจากบัญชี หมายความว่า ทะเบียนรถคันนี้ห้ามใช้ ถ้าจะใช้รถยนต์ต้องไปยื่นขอจดทะเบียนใหม่ พร้อมทั้งคืนแผ่นป้ายเดิม และเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี
  • รถที่เข้าไฟแนนซ์ แล้วทางไฟแนนซ์ยังไม่ได้ส่งหนังสือเล่มทะเบียนรถตัวจริงมาให้ สามารถใช้ตัวสำเนาเล่มทะเีบียนแทนได้
ช่องทางการเสียภาษี
  1. ทุกสำนักงานขนส่งทั่วไทย
  2. บริการเลื่อนล้อต่อภาษี
  3. ห้างคาร์ฟูร์ สาขาต่าง ๆ ดังนี้ ลาดพร้าว, รามอินทรา, รัชดาภิเษก, แจ้งวัฒนะ, สำโรง, อ่อนนุช, สุขาภิบาล 3 , บางปะกอก และ หนองแขม เวลา 9.00 - 18.00 น.
แถมท้ายสำหรับการจดทะเบียนรถที่ติดแก๊ส : http://www.thaigascar.com/lpg-ngv/ 


      ที่มา